|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สัมมนาวิชาการประจำปี-
Seminar
โลกของอิสลามและมุสลิมในอุษาคเนย์
The Islamic World
and Muslims in
วันศุกร์ที่ 27- เสาร์ที่
28 มีนาคม 2552 /28-29 March 2009
ณ โรงแรม ทวิน โลตัส
นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
Twin Lotus Hotel-Nokhon
Sithammarat,
ภาคสนาม
อารยธรรมเพื่อนบ้าน " ลังกาวี" ประเทศมาเลเซีย Langkawi
อาทิตย์ 29 - จันทร์ 30 มีนาคม 2552 /29-30 March 2009
ความเป็นมา
ในปัจจุบันองค์ความรู้เกี่ยวกับโลกของอิสลามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในมิติต่างๆ ทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
ยังคงจำกัดอยู่ในวงวิชาการเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ความเป็นจริงแล้วโลกของอิสลาม อันหมายความรวมไปถึงประชาคมมุสลิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีสัดส่วนประชากรมากกว่า 3 ใน 5
ของประชากรในภูมิภาคทั้งหมด
มีอินโดนีเซียที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก
มีมาเลเซียที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ในหมู่ประเทศมุสลิมทั่วโลก
และมีภาคใต้ตอนล่างของไทยเป็นอู่อารยธรรมมลายูมุสลิมอันรุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคก่อนสมัยอาณานิคม
ในประเทศอื่นแม้ชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนน้อย
แต่ก็มีบทบาทสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ
และวัฒนธรรม ของประเทศนั้นๆ เช่นกัน
อีกทั้งยังอยู่ร่วมกันกับประชากรส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอื่นอย่างสันติภายใต้ระบบการเมืองที่ต่างกันไปในแต่ละประเทศ ทั้งระบอบสาธารณรัฐในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และติมอร์ เลสเต้
ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชอันมีสุลต่านเป็นประมุขในบรูไน ระบอบสังคมนิยมในเวียดนามและลาว
ระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในไทย กัมพูชา และมาเลเซีย
หรือแม้แต่ระบอบเผด็จการทหารในพม่า
แต่กระนั้น
การรับรู้ของคนในสังคมไทยส่วนใหญ่ต่อโลกอิสลามและประชาคมมุสลิมนั้น
มักจำกัดอยู่เฉพาะรายงานข่าวจากสื่อมวลชนทางทั้งภายในและต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่
โดยใช้กระแสความขัดแย้งระหว่างโลกตะวันตกกับโลกอิสลามเป็นประเด็นนำ
ที่มักจะเข้ามาครอบงำกรอบความเข้าใจต่อประเด็นต่างๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น
ด้วยสภาพการณ์ปัจจุบันที่โลกอิสลามและประชาคมมุสลิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับผลกระทบจากกระแสแห่งความขัดแย้งในระดับการเมืองโลกอย่างหนักหน่วง
แต่ในทางกลับกันความเข้าใจอันถ่องแท้ต่อกระแสแห่งความขัดแย้งดังกล่าวและลักษณะเฉพาะตัวของโลกอิสลามและประชาคมมุสลิมในภูมิภาคนี้ หาได้เพิ่มขึ้นไปในทางเดียวกันไม่
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยและประเทศต่างๆ
ในภูมิภาคนี้
จะต้องสร้างองค์ความรู้และเพิ่มเติมความเข้าใจต่อโลกอิสลามและประชาคมมุสลิมเพื่อเท่าทันต่อผลกระทบจากกระแสความขัดแย้งของการเมืองโลกในปัจจุบัน
การสัมมนาครั้งนี้
เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และ
ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์
ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า นตถิ ปญญา สมาอาภา แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา
ไม่มี
วัตถุประสงค์
1.
เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า
และเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับโลกของอิสลามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในมิติต่าง ๆ ทางด้านประวัติศาสตร์
สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
2.
เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้
ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอัน
ดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3.
เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ความเข้าใจต่อโลกอิสลามและประชาคมมุสลิมเพื่อเท่าทันต่อผลกระทบจากกระแสความขัดแย้งของการเมืองโลกในปัจจุบัน
ระยะเวลาของการสัมมนา
ภาควิชาการ วันที่ 28 - 29 พฤศจิกายน 2551 และ
ภาคสนาม วันที่ 30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2551 ณ ประเทศมาเลเซีย
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน
นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาท่านละ
1,500 บาท (เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา
อาหารว่างและกลางวัน)
ลงทะเบียนภาคสนามท่านละ 4,900 บาท (รับจำนวนจำกัด 100 คน)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม
ทวิน โลตัส นครศรีธรรมราช
จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิดความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง
ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ
เกี่ยวกับโลกอิสลามและประชาคมมุสลิม
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ
เกี่ยวกับโลกอิสลามและประชาคมมุสลิม
ติดต่อสอบถามที่
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โทร. 02-424-5768, 02-433-8713 (โทร./โทรสาร) e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com /
www.seas.arts.tu.ac.th
กำหนดการสัมมนาวิชาการ
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2552
08.00 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 09.15 น. กล่าวต้อนรับโดย รศ.ดร.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล
อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
09.15 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย
คุณนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกก.มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 10.00 น. ปาฐกถาพิเศษ โดย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ
เลขาธิการอาเซียน
10.00 10.30 น. รับประทานอาหารว่าง
10.30 12.30 น. อภิปราย " ไทยใต้-มาเลเซียเหนือ:
ปัญหาของศูนย์กลางหรือชายขอบ"
รศ.ดร.จรัญ มะลูลีม
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี
คุณรุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช
รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ดำเนินการอภิปราย
12.30 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนา
ห้องบงกชรัตน์1 สื่อสารมวลชนสมัยใหม่กับภาพลักษณ์มุสลิม
ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี
อ.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง
คุณนวลน้อย ธรรมเสถียร
คุณมูฮัมหมัด อายุบ ปาทาน
รศ.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ดำเนินการอภิปราย
ห้องบงกชรัตน์ 2 "อิสลามาภิวัตน์ในอุษาคเนย์"
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์
อ.ซาฟีอี บารู
ผศ.อับดุลเลาะห์
อับรู
ดร.นุมาน หะหยีมะแซ
อ.ทรงยศ แววหงษ์ ดำเนินการอภิปราย
ห้องบงกชรัตน์ 3 "พระเจ้าตากสิน กับนครศรีธรรมราช
เรื่องจริงหรืออิงนิยาย"
ภิกษุณีธัมมนันทา
ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์
อ.จุฑามาศ
ประมูลมาก
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
ผศ.จันทรา ทองสมัคร
ผศ.กาญจนี ละอองศรี ดำเนินการอภิปราย
ห้องอรพินท์
1-2 "ประวัติศาสตร์ พงศาวดารปัตตานี"
รศ.ดร.ครองชัย หัตถา
อ.นิอับดุลรากิ๊บ
บินนิฮัสซัน
ผศ.ดร.หะสัน หมัดหมาน
ดร.ปิยดา ชลวร
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ดำเนินการอภิปราย
ห้องอรพินธ์ 3 "จากคอคอดกระถึงแลนด์บริดจ์"
คุณพิเชษฐ์ พันวิชาติกุล
อ.อดิศร ศักดิ์สูง
คุณทรงวุฒิ พัฒแก้ว
ดร.เลิศชาย ศิริชัย ดำเนินการอภิปราย
(พักรับประทานอาหารว่าง 15.00
15.30 น.)
17.30 18.30 น. เปิดตัวหนังสือ "ประวัติศาสตร์อาหรับ" โดย อ.ทรงยศ แววหงษ์,
ผศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ / งานเลี้ยงค็อกเทล
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2552
08.00 - 10.00 น. "ปราสาทเขาพระวิหาร
กับการเมืองสยามประเทศไทย และกัมพูชา"
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์
อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย ดำเนินการอภิปราย
10.00 10.30 น. รับประทานอาหารว่าง
10.30 12.30 น. แบ่งห้องสัมมนา
ห้องบงกชรัตน์1-2 "สตรี รานี: บทบาทหญิงมุสลิม"
รศ.ดร.รัตติยา สาและ
อ.
อลิสา หาสะเมาะ
คุณอังคณา นีละไพจิตร
คุณสุภัตรา ภูมิประภาส
อ.สิทธา
เลิศไพบูลย์ศิริ
อ.สิริพร สมบูรณ์บูรณะ ดำเนินการอภิปราย
ห้องบงกชรัตน์
3 "จากจตุคามรามเทพถึงพระพิฆเนศ"
รศ.ฉลอง สุนทราวาณิชย์
ดร.อนุชา
ทีรคานนท์
นพ.บัญชา พงษ์พานิช
คุณจำลอง ฝั่งชลจิตร
อ.ชัยวุฒิ พิยะกูล
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ดำเนินการอภิปราย
ห้องอรพินธ์
1-2 "ปักษ์ใต้ในทัศนะของญี่ปุ่น
จาก ยามาดะ นางามาซะ ถึงปัจจุบัน"
ผศ.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์
ดร.พวงทิพย์ เกียรติสหกุล
ผศ.พ.อ.หญิง นงลักษณ์ ลิ้มศิริ
ผศ.พลับพลึง คงชนะ
ผศ.มล.
ฐิติรัตน์ ลดาวัลย์ ดำเนินการอภิปราย
ห้องอรพินธ์ 3 "การเทครัวในอุษาคเนย์"
อ.องค์ บรรจุน
อ.สถาพร ศรีสัจจัง
อ.ซากีร์ พิทักษ์คุมพล
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต
ดร.วีระ สมบูรณ์ ดำเนินการอภิปราย
12.30 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 18.00 น. ภาคสนามสยามประเทศ "ตามรอยจตุคามรามเทพ"
12.30 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 18.00 น. ภาคสนามสยามประเทศ ตามรอยจตุคามรามเทพ"
วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง
วัดพระมหาธาตุเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้น
วรมหาวิหาร เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ
เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้
และประเทศไทย
ตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช
กล่าวว่า
เจ้าชายธนกุมาร
และพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้ว และ
สร้างเจดีย์องค์เล็ก ๆ เป็นที่หมายไว้ ต่อมาในปีมหาศักราช 1098
(พ.ศ.1719) พระเจ้า
ศรีธรรมาโศกราช
ทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นพร้อมการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่
พระบรมธาตุเจดีย์มีลักษณะรูปแบบศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรง ลังกาสูง
(กรมศิลปากรวัดเมื่อการบูรณะปลียอดทองคำเมื่อ
พ.ศ. 2538) จากฐานบัวคว่ำบัวหงาย
ถึงปลียอด
ความสำคัญหลายหลังประดิษฐานอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งระวิหารหลวง มีความงามตาม
แบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา นอกจากนั้นยังมีวิหารสามจอม วิหารที่มีพระพุทธรูป
ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ชื่อว่า พระศรีธรรมาโศกราช ประดิษฐานอยู่ วิหารพระมหา
ภิเนษกรมน์
(วิหารพระทรงม้า) วิหารทับเกษตร ส่วน
วิหารเขียน และวิหารโพธิ์ลังกา
นั้นเป็นสถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่พุทธศาสนิกชนถวายเป็นพุทธบูชา
ในสมัยรัชกาลที่ 5
พระบรมธาตุเจดีย์มีสภาพถูกทอดทิ้งทรุดโทรมมาก พระภิกษุปานอาสา
นำชาวใต้และ
ชาวนครทำการซ่อมแซมครั้งสำคัญระหว่างปี พ.ศ. 2437-2441
จนได้รับ
พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเทพมุนีศรีสุวรรณถูปาภิบาล
เรียกชื่อทั่วไปว่า วัดพระบรม
ธาตุ, วัดพระธาตุ, วัดมหาธาตุ
ต่อมาในคราวเสด็จประพาสเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อปี พ.ศ.
2458 รัชกาลที่ 6 ได้
พระราชทานนามอย่างเป็นทางการเพื่อการจัดระเบียบวัดหลวงไม่ให้ชื่อ
พ้องพระอารามหลวงที่มีมหาเจดีย์ในภาคใต้ว่า
"วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" พร้อมกับ
สถาปนาเป็นพระอารามหลวงขึ้นเอาชนิดวรมหาวิหารเมื่อวันที่ 30
กันยายน พ.ศ. 2458 โดยให้มี
พระสงฆ์อยู่ประจำ
เป็นวัดสังฆวาส และรวมเอาวัดร้างทางทิศเหนือ(วัดมังคุต) และไต้ (วัดพระ
เดิม)
รวมเข้าด้วยโดยได้รับการบูรณะรักษาต่อเนื่องตลอดมาที่สำคัญคือ การบูรณะปฎิสังขรณ์
องค์พระบรมธาตุเจดีย์ระหว่างปี
พ.ศ.2537-2538
วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร เป็นศูนย์กลางและสัญลักษณ์ทางจิตใจที่สำคัญของชาติ
และพุทธศาสนิกชนทั้งไทย
และต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย
มีประเพณีประจำที่สำคัญ คือ ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ,
กวนข้าวยาคู มธุปายาส, ตักบาตรธูปเทียน,
การสวดด้านและงานบุญเดือนสิบ
เป็นที่สถิตของพระเถระผู้ใหญ่หลายองค์ ได้แก่ พระรัตนธัขมุนี (คณฐาถรณเภร-แบบ
เปรียญ)
พระธรรมรัตโนภาษ (โดภาโสเถร-ประดับเปรียญ)
และพระราชธรรมสุธี (สมปอง ปญฺญาทีโป)
เจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช-ธรรมยุตองค์ปัจจุบัน
วัดเขาขุนพนมเป็นวัดเก่าแก่
มีภิกษุจำพรรษามาตั้งแต่ครั้งนครศรีธรรมราช ยังเป็นนครรัฐอิสระในคาบสมุทรภาคใต้ราวพุทธศตวรรษที่
๑๘-๒๐ วัดตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาขุนพนมซึ่งเป็นเขาที่ไม่สูงมากนัก
บริเวณเขาขุนพนมมีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเล่าว่า
เขาขุนพนมเป็นที่ประทับของพระเจ้าตากสินที่หนีการสำเร็จโทษและทรงผนวชที่วัดแห่งนี้จนกระทั่งสวรรคต
วัดเขาขุนพนมเคยเป็นวัดร้าง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับการบูรณะใหม่
ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้มีการบูรณะอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็นโบสถ์มหาอุตม์ คือ มีประตูเข้าออกทางเดียวคือทิศตะวันออก
ตัวโบสถ์ตั้งขวางตะวัน ที่ภาษาถิ่นเรียกว่า
"ขวางหวัน" บริเวณ
วัดเขาขุนพนมมีการขุดพบพระสัมฤทธิ์เก่าแก่จำนวนมากโดยเฉพาะบริเวณถ้ำบนเขา
และได้มีการขึ้นทะเบียนไว้แล้วกับกรมศิลปากร โดยปูชนียวัตถุทางพุทธศาสนาที่ค้นพบ
ส่วนใหญ่เป็นฝีมือช่างท้องถิ่นในสกุลช่างนครศรีธรรมราช และทางวัดได้เก็บรักษาไว้ใน
"หอพระ หรือพิพิธภัณฑ์วัดเขาขุนพนม
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
กำหนดการภาคสนาม
อารยธรรมเพื่อนบ้าน "ลังกาวี"
ประเทศมาเลเซีย
วันอาทิตย์ที่ 29 วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2552
วิทยากร ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, อ.ทรงยศ แววหงษ์
ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์, อ.สมฤทธิ์ ลือชัย และ อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2552
นครศรี-สตูล-ท่าเรือตำมะลัง-ลังกาวี-สุสานพระนางเลือดขาว-
พิพิธภัณฑ์ ดร.มหาธีร์ อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์ เคเบิ้ลคาร์
06.00 น. ออกเดินทางจากโรงแรม
ทวินโลตัส นครศรีธรรมราช บริการอาหารเช้า(กล่อง)
และเครื่องดื่มบนรถระหว่างการเดินทาง
10.00 น. ถึงท่าเทียบเรือตำมะลัง
จ.สตูล ตรวจหนังสือเดินทาง
10.30 น. ออกเดินทางสู่
เกาะลังกาวี โดยเรือเฟอร์รี่ปรับอากาศ (VIP) พร้อมอุปกรณ์นิรภัย เช่น สื้อชูชีพ
ลัดเลาะทะเลสีครามสู่มาเลเซีย
ชมทัศนียภาพและเกาะแก่งต่างๆที่สวยงามของท้องทะเลอันดามัน (อาหารว่างบนเรือ)
12.00
น. ถึงเกาะลังกาวี
ตรวจหนังสือเดินทาง บริการอาหารเที่ยง ณ.ภัตตาคาร
ท่านจะได้ลิ้มลองอาหารรูปแบบปานากันหรือที่ชาวภูเก็ตรู้จักกันในนามอาหารแบบบ่าบ่า
ย่าย่า (อาหารมุสลิมผสมวัฒนธรรมอาหารจีน)
13.30
น. นำท่านเยี่ยมชม
สุสานพระนางมัสสุรี ผู้สาปเกาะลังกาวีไว้ 7 ชั่วอายุคน สุสานของพระนางมัสซูหรี หรือพระนางเลือดขาว ผู้สาปเกาะลังกาวีไว้เจ็ดชั่วอายุคน
ให้พบกับความหายนะวิบัติกาล รับฟังประวัติความเป็นมา
พร้อมเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ อาทิ
บ่อน้ำโบราณ บ้านจำลอง และเรื่องราวอื่นๆอีกมากมาย
และรับฟังการสิ้นสุดของคำสาปจากสารน้อยแห่งเกาะไข่มุกอันดามันหรือเกาะภูเก็ตที่มีนัยทางการเมืองและเชื้อชาติแฝงอยู่
พิพิธภัณฑ์ดร.มหาธีร์ มูฮัมหมัด
ชมของที่ระลึกที่นานาประเทศมอบไว้ให้แก่อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำนวนมาก อาทิ
เครื่องแก้วคริสตัล รถยนต์ ผ้าไหม
เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของผู้นำที่ทรงอิทธิพลของประเทศมาเลเซียและสืบต่ออำนาจทางการเมืองมาอย่างยาวนาน
"แกเลอเรีย เปอร์ดานา"หรือ
พิพิธภัณฑ์พันล้านของ ดร.
อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์
ชมสัตว์โลกใต้น้ำมากมายกว่า 5,000 ชนิด
เหมือนท่านได้มุ่งหน้าสู่อาณาจักรของโลกใต้ทะเลที่
Underwater World ตื่นตาตื่นใจกับสัตว์ทะเลขนาดมหึมาและหาชมได้ยาก
เสมือนอยู่ใต้ทะเลลึก และ
ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีบริเวณศูนย์การค้าดิวตี้ฟรี ซึ่งอยู่ในบริเวณ
Shopping Mall
19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
ณ ร้านอาหารรูปแบบอาหารฮาลาล หรืออาหารมุสลิมแบบมาเลเซีย
จากนั้น เข้าพักโรงแรม เบลล่า วิสต้า หรือเทียบเท่า
พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2552
อนุเสาวรีย์ พญาอินทรีย์ สัญลักษณ์ของเกาะลังกาวี ท่าเทียบเรือตำมะลัง- หาดใหญ่ / นครศรีธรรมราช
07.00
น. อาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก เก็บสัมภาระ
08.00
น. เดินทางขึ้นเคเบิ้ลคาร์
ชมวิวสวยงามของเกาะลังกาวี และเกาะตะรุเตาที่สถานีเคเบิ้ลคาร์เราจะนำ
ท่านขึ้นสู่ยอดเขาสูงด้วย
กระเช้าลอยฟ้า ที่ปลอดภัยและทันสมัย ผ่านน้ำตกที่สวยงาม และ
ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์
ถึงยอดเขา ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเกาะลังกาวี และเกาะแก่งต่างๆ ที่
สวยงาม
รวมถึงเกาะตะรุเตาของจังหวัดสตูลที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
10.30 น. นำท่านมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือ แวะถ่ายรูปที่ระลึกกับนกเหยี่ยว พญาอินทรีย์สัญลักษณ์ของ
เกาะลังกาวีนำท่านชมหาดทรายดำพบกับความมหัศจรรย์ของทรายสีดำ บริเวณ
หาดทรายดำ กับความเชื่อที่หลากหลาย
ด้านหน้าท่านจะได้เห็นเกาะตะรุเตาที่ตระหง่านอยู่เพียงใกล้ และอยู่ใกล้กับ
เกาะลังกาวีเพียง
4.8 กิโลเมตรเท่านั้น พร้อมรับฟังประวัติความเป็นมาจากมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์
11.30 น. นำชม ศูนย์หัตถกรรมและศิลปะวัฒนธรรม พร้อมชม การแสดงศิลปะประจำชาติของเกาะลังกาวีประเทศมาเลเซีย
12.30 น.
รับประทานอาหารกลางวัน ณ
ภัตตาคารจีน
ท่านจะได้ลิ้มลองอาหารจีนรูปแบบมาเลเซียที่ส่งผ่านวัฒนธรรมอาหารจีนมายังบริเวณคาบสมุทรมลายู
14.00 น. นำท่านเดินทางกลับโดยเรือเฟอร์รี่ปรับอากาศ
(VIP)
15.00 น. ถึงท่าเทียบเรือตำมะลังโดยสวัสดิภาพ
ทีมงานอำนวยความสะดวกให้แก่ทุกท่านในการจัดเก็บสัมภาระขึ้นรถโค้ช VIP หลังจากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (สำหรับท่านที่ต้องการจะเดินทางต่อไปยัง
กรุงเทพฯ คาดว่าจะถึงสนามบินหาดใหญ่เวลา 17.00 น.)
และนำท่านมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช
คาดว่าจะถึงสนามบินนครศรีธรรมราชเวลา 19.00 น.
โรงแรม ทวินโลตัส
นครศรีธรรมราช เวลา 19.30 น. และ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เวลา 20.00 น.
โดยสวัสดิภาพและความประทับใจอย่างยิ่ง

อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 4,900 บาท
เด็กอายุ 2-12
ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านมีเตียงเสริม 4,500 บาท
เด็กอายุ 2-12
ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม
4,000 บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 1,000 บาท
อัตรานี้รวม
- เรือเฟอร์รี่ปรับอากาศ สตูล ลังกาวี สตูล
- อาหาร 5 มื้อ ตามระบุพร้อมเครื่องดื่มบริการ
-โรงแรมที่พัก 1 คืน พัก 2
ท่าน/ห้อง
- รถบัสปรับอากาศเดินทางนำเที่ยวตลอดโปรแกรม
- ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามระบุ
- มัคคุเทศก์นำเที่ยวท้องถิ่น
- ประกันภัยในการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท
/ท่าน
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง
ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มที่ท่านสั่งเอง
,มินิบาร์ในห้องพัก
- ค่าทิปไกด์
พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
- ค่าทำพาสปอร์ต
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า
6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกพร้อมใบสมัคร
(นำหนังสือเดินทางติดตัวท่านไปในวันเดินทางด้วย
มิฉะนั้นท่านไม่สามารถร่วมเดินทางกับคณะได้
ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าลงทะเบียน
)
จัดโดย บริษัท
ซิลเวอร์สโตนทัวร์ แอนด์ แทรเวิล จำกัด
(ใบอนุญาต
ททท.เลขที่ 41-0151)
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ
เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ
กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ
เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
v
หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว
ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี
รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768, 02-433-8713 e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย,
บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลักสูตรควบตรี/โท ด้านการบัญชีและบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.
สมาคมจดหมายเหตุสยาม
และ กองทุนจิตรภูมิศักดิ์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ
สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ
วิทยาลัยนานาชาติปรีดี
พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภาควิชามานุษยวิทยา
คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

การเดินทาง กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช
รถยนต์ส่วนตัว เส้นทางหลวงหมายเลข
4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41
ผ่าน
สุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช
หรือถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401
เลียบชายฝั่งทะเลไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท
ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้
ถนนบรมราชชนนี สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-422-4400-1,
02-984-6122
จองตั๋ว 02-422-4444, 02-262-3456 website :
www.transport.co.th
สถานีขนส่งนครศรีธรรมราช
โทร. 0 75-341-125
รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง
มีขบวนรถเร็ว และรถด่วน ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง
หรือจองบัตรโดยสารรถไฟได้ที่
โทร. 02-220-4444 website: www.railway.co.th
สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช โทร. 075-356-364, 075-346-129
เครื่องบิน บริษัท
นกแอร์ จำกัด โทร. 1318 , 02-900-9955 website: www. nakair.com
ที่พักใน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
|
ชื่อโรงแรม |
เบอร์โทร. |
ราคาห้องพัก/บาท |
|
โรงแรม
ทวินโลตัส นครศรีธรรมราช |
075-323-777 |
900-5,000 |
|
โรงแรม
เมืองลิกอร์ |
075-312-555 |
1,500-3,200 |
|
โรงแรม
แกรนด์ปาร์ค |
075-317-666 |
600-900 |
|
โรงแรม
ทักษิณ |
075-342-790 |
380-450 |
|
โรงแรม
ไทยโฮเต็ล |
075-341-509 |
200-1,300 |
|
โรงแรม
มณเฑียร |
075-341-908 |
300-600 |
|
โรงแรม
เกียรตินคร |
075-358-477 |
380-450 |
|
โรงแรม
นครการ์เด้นท์ |
075-344-831 |
455 |
|
สบาย
สบาย แมนชั่น |
075-318-866 |
350-450 |
|
นคร
แมนชั่น |
075-319-588-9 |
320-380 |

ข้อมูลจาก http://www.thaisouthtoday.com